Learning Process Design of Occupational Health and Safety

How to be Great Speaker Series EP.3

เผยแพร่เมื่อ: 18/07/2563 Cr.https://www.ohswa.or.th/17607223/how-to-be-great-speaker-series-ep3

เขียนโดย คุณสิทธิ์ระพี ช้างหมื่นไวย
“ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และพลังงาน สังกัดสำนักความยั่งยืนองค์กร ธุรกิจอาหารสัตว์บก บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)”

ความสำคัญในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ 

            จำเป็นจะต้องคำนึงถึง เป้าหมายหรือสิ่งที่คาดว่าจะได้รับ ว่าความต้องการของเรา อยากให้พนักงานได้ความรู้ ปฏิบัติได้ หรือปรับทัศนคติ ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างยิ่งที่จะทำการอบรม เรียนรู้ มีประสิทธิภาพ และได้ผลตอบรับที่ดียิ่งขึ้น กระบวนการเรียนรู้ Learning Process การออกแบบกระบวนการหรือขั้นตอนระหว่างการอบรมหรือบรรยายนั้นก็เป็นส่วนสำคัญยิ่งเช่นกันเราควรคำนึงถึงว่ากระบวนการนี้จะตอบโจทย์ผู้ที่เข้าร่วมรับฟังอย่างไรไม่ว่าจะเป็นหัวข้อและรายละเอียดสำหรับองค์ความรู้ที่อยากจะให้หรือเวิร์คช็อปหรือการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของจริงหรือการออกแบบอุปกรณ์หรือตัวอย่างให้เกิดการรู้จริง เห็นจริง เจ็บจริง และสิ่งที่จำเป็นจะต้องคำนึงถึงตลอดเวลาขณะที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้นั้น คือ KPA’s (Knowledge Practice  Attitude)

          ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่าการออกแบบกระบวนการเรียนรู้เราออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนรู้ได้รับฟังอย่างครบถ้วนตามเป้าหมาย ให้ผู้เรียนได้เกิดการสัมผัสการอธิบาย ให้ผู้เรียนได้มีกระบวนการเปลี่ยนการสัมผัสปรับเพื่อเกิดการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนแปลผลวิเคราะห์รวบรวมยอดรวมถึงเกิดการตอบสนองในพฤติกรรมต่างๆขณะเรียนรู้หรือหลังจากที่เรียนรู้และซึ่งกระบวนการของการเรียนรู้มีขั้นตอนดังนี้ คือ

     1. มีสิ่งเร้า (Stimulus) มาเร้าอินทรีย์ (Organism)
     2. อินทรีย์เกิดการรับสัมผัส (Sensation) ประสาทสัมผัสทั้งห้า ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย
     3. ประสาทสัมผัสส่งกระแสสัมผัสไปยังระบบประสาทเกิดการรับรู้ (Perception)
     4. สมองแปลผลออกมาว่าสิ่งที่สัมผัสคืออะไรเรียกว่าความคิดรวบยอด (Conception)
     5. พฤติกรรมได้รับคำแปลผลทำให้เกิดความคิดรวบยอดก็จะเกิดการเรียนรู้ (Learning)
     6. เมื่อเกิดกระบวนการเรียนรู้บุคคลก็จะเกิดการตอบสนอง (Response) พฤติกรรมนั้นๆ

การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ด้านความปลอดภัย

หัวข้อหรือชื่อเรื่อง

          ควรตั้งชื่อเรื่องให้สั้น โดยใช้คำที่เฉพาะเจาะจง หรือสื่อความหมายเฉพาะเรื่อง และควรเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย กะทัดรัด แต่ชื่อเรื่องก็ไม่ควรจะสั้นเกินไปจนทำให้ขาดความหมาย ควรตั้งชื่อเรื่องให้ตรงกับประเด็นของปัญหา เมื่อผู้อ่านอ่านแล้วจะได้ทราบว่าเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับเป้าหมายอะไรได้ทันที อย่าตั้งชื่อเรื่องที่ทำให้ผู้อ่านตีความได้หลายทิศทาง และอย่าพยายามทำให้ผู้อ่านเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากเกินความเป็นจริง ควรตั้งชื่อเรื่องโดยการใช้คำที่บ่งบอกให้ทราบถึงรายละเอียด เป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ชื่อเรื่องชัดเจน และเข้าใจง่ายขึ้น

หลักการและเหตุผล

          หลักการและเหตุผล เป็นส่วนสำคัญที่แสดงถึงปัญหาความจำเป็นหรือความต้องการที่ต้องมีการอบรมเพื่อได้ความรู้เรื่องความปลอดภัย เรียนรู้เพื่อปฏิบัติอย่างไร เรียนรู้เพื่อปรับทัศนคติ หรือสนองความต้องการขององค์กร ความต้องการด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดังนั้นในการเขียนหลักการและเหตุผลผู้เขียนโครงการจำเป็นต้องเขียนแสดงให้เห็นถึงปัญหาหรือความต้องการ พร้อมทั้งระบุเหตุผลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเรียนเพื่อสนับสนุนการจัดทำหลักสูตรอย่างชัดเจน นอกจากนี้อาจต้องเชื่อมโยงให้เห็นว่าการอบรมนี้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ แผนยุทธศาสตร์ หรือนโยบายขององค์กรหรือหน่วยงานเจ้าของหลักสูตร หรือหน่วยงานความปลอดภัยและเป็นการวางรากฐานไปสู่สภาพแวดล้อม ทัศนคติ แนวคิดที่ปลอดภัย ผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ต้องพยายามหาเหตุผล หลักการ และทฤษฎีต่างๆ สนับสนุนการอบรมที่จัดทำขึ้นอย่างสมเหตุสมผล ทั้งนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้พนักงาน หรือผู้เข้ารับการเรียนรู้ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนให้หน่วยงานที่จัดการเรียนรู้ได้ประโยชน์สูงสุด

ที่มาและความสำคัญ

          การเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาจะต้องเขียนให้เห็นความสำคัญของปัญหาหรือหัวข้อที่จะทำการอบรม โดยเน้นให้เห็นประเด็นสำคัญๆ ที่จำเป็นมีส่วนเกี่ยวกับปัญหาที่ทำการอบรมโดยตรง สิ่งที่ควรคำนึงในการเขียนมี ดังนี้

     1. เขียนให้ตรงประเด็นเหตุผลที่นำเสนอควรเป็นเหตุผลที่นำไปสู่จุดเป็นปัญหาที่จะทำการอบรม และช่วยชี้ให้เห็นความสำคัญของสิ่งที่จะอบรม
     2. ควรใช้ข้อมูลอ้างอิงเพื่อให้เหตุผลนั้นดูมีน้ำหนักสมควรที่จะทำกาอบรม
     3. ควรเขียนให้เข้าใจง่ายโดยนำเสนอเป็นประเด็นๆ

วัตถุประสงค์

          วัตถุประสงค์ Objective การคิดวัตถุประสงค์คงจะต้องบอกได้เลยว่าผู้ที่ฟังนั้นจะต้องได้รับความรู้ (Knowledge) จากการรับฟังอาจจะเป็นการอบรมความปลอดภัยเบื้องต้นก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และหากจะให้ผู้เข้ารับฟังปฏิบัติได้หรือทำเป็นเลย (Practice) เช่น การอบรมการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายมือ ควรจะต้องมีการฝึกปฏิบัติ หรือทำเวิร์คช็อปให้ได้ผลตามที่ต้องการ และหากจะให้ผู้เข้ารับฟังเกิดทัศนคติที่ดี (Attitude) หากใช้การอบรมเพียง 3 ชั่วโมงหรือ 6 ชั่วโมงและไม่มีการฝึกปฏิบัติก็จะเป็นเรื่องยากที่จะให้ทราบถึงอันตรายหรือความกระตุ้นให้เกิดทัศนคติที่ดี

เป้าหมาย และระยะเวลาการเรียนรู้

          เป้าหมายที่ดีเป็นอย่างไร SMART Goal อยู่แล้วข้ามส่วนนี้ไปก่อนได้เลยครับ ส่วนใครยังไม่รู้จักมาดูกันว่าเป้าหมายที่ดีหน้าตาเป็นอย่างไร

  • Specific เป้าหมายนั้นต้องเจาะจง บ่งบอกถึงรายละเอียดการกระทำที่จะเกิดขึ้น
  • Measurable ต้องวัดผลได้ชัดเจน เพื่อบอกให้เรารู้ได้ว่าสิ่งที่เราทำนั้นใกล้เคียงกับหน่วยวัดผลที่เราตั้งไว้ไหม
  • Attainable มันต้องทำได้จริง ไม่ใช่การตั้งเป้าที่เวอร์เกินไป เป้าที่ดีเราจะมีกำลังใจเพื่อให้สำเร็จได้ในที่สุด
  • Relevant เป้าหมายต้องเกี่ยวข้องกับหลักสูตรของเรา สมเหตุสมผล สอดคล้องกับพฤติกรรมในอดีตที่ผ่านมาของพนักงานที่เป็นเป้าหมาย
  • Time Bound มีกรอบเวลากำหนดที่ชัดเจน ว่าเป้าหมายของเราจะบรรลุผล

หัวข้อการเรียนรู้

          กระบวนการหรือการตั้งหัวข้อการเรียนรู้เราควรออกแบบกระบวนการหรือที่เรียกว่าการทำ workshop ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานดึงดูดหรือกระตุ้นให้เกิดความคิดให้เห็นลักษณะที่แสดงได้ถึงความตระหนัก เพื่อให้พนักงานหรือผู้ที่เข้าอบรมได้ทราบถึงอันตรายหรือความเสี่ยง อาทิ การออกแบบห้องอบรมโดยเฉพาะ การออกแบบสถานีงานเพื่อให้ทดลองการใช้งานสัมผัสความเสี่ยงจริงทั้งนี้ควรมีวิธีการวิเคราะห์ความเสี่ยงว่าขนาดการเรียนรู้ควรเป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้ นอกจากนี้กระบวนการเรียนรู้หรือ workshop นั้นอาจจะออกแบบได้ทั้งการเรียนรู้ในเชิงทฤษฎีหรือการเรียนรู้เชิงปฏิบัติขึ้นอยู่กับความต้องการหรือเป้าหมายของหลักสูตรที่เราเขียนไว้ยกตัวอย่าง เช่น

การอบรมความปลอดภัยในการทำงานที่อับอากาศ

  • ในหัวข้อในการอบรมผู้อนุญาตควรจะต้องให้ความรู้แก่ผู้อนุญาตในหัวข้อที่ครอบคลุมถึงกระบวนการทำงานในที่อับอากาศ
  • ในหัวข้อผู้ปฏิบัติงานควรออกแบบให้ทดลองลงปฏิบัติจริงเพื่อให้ทราบถึงอันตรายและฝึกปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ
  • ในหัวข้อผู้ช่วยเหลือควรออกแบบให้ทดลองปฏิบัติในพื้นที่หรือลักษณะหน้างานแตกต่างกันออกไป

การอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี

  • หัวข้อเกี่ยวกับอันตรายของสารเคมีควรจะต้องออกแบบถึงการทำปฏิกิริยาและแสดงให้เห็นวัสดุหรืออุปกรณ์ที่เคมีนั้นจะทำลายก่อให้เกิดความเสียหายและอันตรายต่อร่างกาย
  • หัวข้อเกี่ยวกับการสื่อสารสัญลักษณ์ความเป็นอันตรายของสารเคมีควรต้องออกแบบถึงการมองเห็นการเข้าถึงหรือการทบทวนเพื่อที่จะเข้าทำงานได้อย่างปลอดภัย
  • หัวข้อเกี่ยวกับการจัดเก็บสารเคมีควรจะต้องออกแบบการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นมาตรฐานการจัดเก็บ ลักษณะความเป็นสารเคมี ลักษณะบรรจุภัณฑ์ของสารเคมี ลักษณะทางกายภาพไม่ว่าจะเป็นสารเคมีที่เป็นของเหลว สารเคมีที่เป็นเม็ด ลักษณะต่างๆที่มีความสำคัญที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้

การอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับที่สูง

  • หัวข้อเกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องจักรที่เกี่ยวกับอันตรายจากที่สูงควรออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้ทราบถึงความแข็งแรงของโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือในการติดตั้งแสดงถึงความแข็งแรงและพร้อมใช้งาน
  • หัวข้อเกี่ยวกับอันตรายตกจากที่สูงควรจะต้องออกแบบให้ทดลองจากสภาพหน้างานที่มีลักษณะที่อาจจะก่อให้เกิดการตก เพื่อให้พนักงานหรือผู้ที่เข้ารับการอบรมได้รู้ ถึงความน่ากลัว เมื่อเกิดทัศนคติและพฤติกรรมด้านความปลอดภัย
  • หัวข้อเกี่ยวกับอุปกรณ์ยับยั้งการตกหรือุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลเกี่ยวกับการทำงานบนที่สูงควรออกแบบลักษณะการเรียนการสอนให้ปฏิบัติงานจริงได้เรียนรู้การสวมใส่จริง ทราบถึงการสวมใส่ที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องความรวดเร็วรวมถึงความสะดวกสบายขณะปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัย

          จากที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงหัวข้อการฝึกอบรมและรูปแบบการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีอีกหัวข้อหลากหลายที่ยังให้ผู้อ่านอาจจะลองคิดหรือลองออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ผู้เขียนเองคิดว่าท่านคงมีหัวข้อในใจท่านลองออกแบบหรือหากติดปัญหาเอามาแชร์กับผู้เขียนได้ตามข้อมูลที่ให้ไว้หัวข้อและหลักสูตรของท่านอาจจะเผยแพร่และสื่อสารให้ผู้อ่านได้นำไปปฏิบัติใช้

การประเมินผล

          การประเมินผลและการสำรวจผล Evaluate ในส่วนนี้จะทำให้ทั้งผู้เข้ารับฟังและผู้บรรยายหรือวิทยากรอย่างเราทราบถึงระดับของการอบรมบรรยายว่าควรต้องปรับแก้หรือพัฒนาในส่วนใด และอาจจะทำให้เราทราบว่าสิ่งที่ดำเนินไปนั้นผู้เข้ารับฟังได้ตามความตั้งใจหรือเปล่าเราผิดพลาดหรือจัดการขั้นตอนใดไม่ครบถ้วน ซึ่งกระบวนการประเมินก็มีหลากหลายรูปแบบเราควรจะคำนึงถึง หากเป็นการบรรยายเพื่อให้ได้รับองค์ความรู้ (Knowledge) ก็คงจะต้องเป็นการทำบททดสอบว่าตอบถูกมากน้อยเพียงใด หากเป็นการบรรยายเพื่อให้ปฏิบัติเป็นทำได้ (Practice) ก็ควรจะให้ทดลองหรือจับเวลาในการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลว่าสวมใส่ถูกต้องและทันเวลาหรือไม่ หากเป็นการทดสอบทัศนคติ (Attitude) จากการบรรยายควรประเมินจากพฤติกรรมการปฎิบัติงานซึ่งส่วนการประเมินนี้คงต้องใช้เวลาและร่วมมือกับหัวหน้างานเพื่อบันทึกจะเห็นได้ว่ากิจกรรมที่นำมาใช้ในการประเมินด้านทัศนคติและพฤติกรรม คือ BBS นั้นเอง ว้าวเลยใช่ไหมครับผมสำหรับการเชื่อมโยงที่จะผมยกตัวอย่างและเพื่อให้เข้าใจง่ายผมได้ออกแบบภาพตัวอย่างดังนี้ครับ

การพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรหรือรูปแบบกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องนั้น เป็นอีกหนึ่งการพัฒนาการเรียนการสอนด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย จากที่กล่าวนี้หากเรามีการทบทวนและประเมินผลทุกครั้งในการอบรมหรือให้ความรู้และทราบถึงความเสี่ยงที่อาจจะพัฒนาจากพฤติกรรม ความเสี่ยงที่อาจจะพัฒนาจากการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน ท่านผู้อ่านคงจะอยู่ในยุคปัจจุบันไหนว่าจะสถานประกอบการในประเทศไทยปัจจุบันนี้ก็มีนโยบายให้นำเทคโนโลยีและกระบวนการทางดิจิตอลเข้ามาใช้งานเพื่อความสะดวกสบายลดต้นทุนด้านแรงงาน แต่ลืมพื้นฐานด้านความปลอดภัย การส่งเสริมงานด้านความปลอดภัย การรณรงค์ด้านความปลอดภัยการสร้างทัศนคติโดยวิธีการให้ความรู้และอบรม เรานำเทคโนโลยีมาใช้แล้วลืมพื้นฐานในการรณรงค์และให้ความรู้นี้การกระทำที่ไม่ปลอดภัยนั่นคือสาเหตุที่อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

Cr.https://www.ohswa.or.th/17607223/how-to-be-great-speaker-series-ep3

http://www.ipuresafe.com

Thank you